• TH EN
    TH
ยกระดับเกษตรกรไทยด้วย'สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง'
  • ยกระดับเกษตรกรไทยด้วย
  • การนำเสนอผลงานด้านเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยเกษตรกรได้อย่างไร กับ โมเดลการพัฒนาเกษตรกรยุคใหม่ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอบหมายให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นแกนหลักในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และสถาบันการศึกษา ในการสร้างความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยใช้กลุ่มลูกค้าของ ธ.ก.ส. เป็นผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเบื้องต้นมุ่งเน้นพัฒนาพืชหลักทางการเกษตร 9 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง มะม่วงน้ำดอกไม้ กาแฟ มะเขือเทศ และอ้อย ส่วนด้านปศุสัตว์ คือ ไก่ไข่ และโคเนื้อ

  • ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ นักวิจัยอาวุโส วว. บอกว่า โครงการนี้เป็นการทำงานพัฒนานวัตกรรมด้านเกษตรร่วมกับ ธ.ก.ส. ซึ่งมีลูกค้าเป็นเกษตรกรระดับรากหญ้าทั่วประเทศ ซึ่ง ธ.ก.ส.เอง มีหน้าที่ในการปล่อยกู้ ดังนั้น สิ่งที่ ธ.ก.ส.อยากได้ คือ เกษตรกรสามารถทำการเกษตรหรือแปรรูปผลผลิตได้อย่างยั่งยืน และมีความสามารถในการส่งคืนหรือชำระเงินกู้ได้ ซึ่งในอดีตไม่มีการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ส่งผลให้บางครั้งเกษตรกรไม่สามารถชำระเงินกู้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
  • โครงการนี้จึงเกิดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถมีโอกาสในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมด้านการตลาด เรียกว่าจะทำอย่างครบวงจร นักวิจัย บอกว่า โครงการนี้เริ่มดำเนินการไปแล้วบางส่วน โดยลูกค้าที่ ธ.ก.ส.คัดเลือกมาให้ จะเรียกว่า SMAE หรือโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งเอสเอ็มอีเกษตร ยกตัวอย่าง โมเดลเกษตรกร ที่ถือเป็นอาชีพหลักของประเทศ อย่าง ชาวนา ที่ต่อไปนี้จะไม่ใช่การทำแค่ปลูกข้าวขายให้โรงสีเท่านั้น แต่โครงการนี้จะสอนให้ชาวนาเป็นผู้ประกอบการเอง จากการผลิตข้าวคุณภาพ ต้องคิดต่อไปสู่การแปรรูป เพิ่มมูลค่า ซึ่งทีมวิจัยจะมีการคิดนวัตกรรมการแปรรูปต่าง ๆ ให้ อย่างเช่น การทำเป็นเวชสำอาง หรือสบู่จากข้าว ซึ่งมีงานวิจัยรองรับ และล่าสุด คือ การผลิตชีสจากข้าว ปกติชีสจะทำมาจากนม แต่เมื่อทำจากข้าว จะมีประโยชน์กับคนที่แพ้นมวัว ไม่มีไขมันม่ดี และมีคุณสมบัติเหมือนชีสทุกอย่าง นอกจากการแปรรูปแล้ว ยังมีการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยในการจัดการฟาร์ม เช่น ใช้ระบบดาวเทียมในการควบคุมเครื่องจักรกลทางการเกษตรสามารถหว่านข้าวเป็นแถวได้อย่างแม่นยำ ใช้โดรนในการฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ ซึ่งมีการคิดค้นสารที่สามารถควบคุมและกำจัดโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ขณะที่ในการเก็บเกี่ยวก็มีเทคโนโลยีด้านเซ็นเซอร์ ช่วยในการตรวจจับความสุกแก่ของพืชที่เหมาะสม ตรวจวัดความชื้นได้ และสามารถเชื่อมโยงกับระบบดาวเทียมช่วยในการเก็บเกี่ยวได้อย่างอัตโนมัติ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ดีมีคุณภาพมากขึ้น โมเดลแบบนี้ ดร.รจนา บอกว่า จะเกิดเป็นฟาร์มต้นแบบให้เห็นได้จริงภายในปีนี้ โดย ธ.ก.ส. จะเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ และ วว. สนับสนุนเทคโนโลยีที่จะนำไปใช้งาน โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี งบเบื้องต้นประมาณ 5 พันล้านบาท นักวิจัย บอกว่า จากโมเดลที่ทำขึ้น คาดว่าจะสามารถเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยได้ไม่ต่ำกว่า 10% และลดต้นทุนได้ประมาณ 20% แต่ที่สำคัญก็คือทำให้เกษตรกรไทย พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message