• TH EN
    TH
อายัดเงินในบัญชี
  • อายัดเงินในบัญชี
  • คุณสมประสงค์ ถามว่า กรณีถูกเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรอายัดและเบิกเงินของผู้ถูกอายัดเกินกว่าจำนวนที่ผู้ถูกอายัดต้องรับผิดในหนี้ภาษีอากรค้าง เป็นคดีภาษีอากรที่ต้องฟ้องศาลภาษีอากรหรือไม่ ตอบ กรณีดังกล่าวที่กรมสรรพากรไปอายัดและเบิกเงินจากบัญชีของผู้ถูกอายัดเกินกว่าจำนวนหนี้ภาษีอากรที่ต้องรับผิด เป็นคดีปกครอง ศาลปกครองสูงสุดท่านว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยมาตรา ๑๒ แห่งประมวลรัษฎากร และมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับภาษีอากรตามนัยมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ แต่เป็นการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามนัยมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ต้องฟ้องขอให้ยกเลิกการกระทำดังกล่าวของกรมสรรพากรที่ศาลปกครอง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ ๗๖๓/๒๕๔๗) ถามว่า ถ้าเจ้าพนักงานไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในการกระทำทางปกครอง เนื่องจากมีผู้เข้าขัดขวางจนไม่อาจดำเนินการได้ ในทางคดีปกครองถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเหตุใด ซึ่งมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๒๐/๒๕๔๗ วินิจฉัยกรณีเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปดำเนินการในคูน้ำซึ่งผ่านเข้าไปในที่ของชาวบ้าน ซึ่งปล่อยปละละเลยไม่ดูแลรักษาคูน้ำนั้นจนทรุดโทรม ท่านว่า การที่ผู้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คันและคูน้ำฯ ไม่ดำเนินการตามกฎหมายด้วยการเข้าดำเนินการเสียเอง เมื่อเจ้าของที่ดินซึ่งมีแนวคูน้ำตามมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านที่ดินของตน ไม่บำรุงรักษาคูน้ำให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ถือว่าเจ้าพนักงานผู้นั้นละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ก็เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะเจ้าของที่รายนั้นถืออีโต้ยืนจังก้าไม่ให้เข้าไปในที่ดิน ท่านว่า อ้างเหตุนี้ไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่และกำหนดโทษผู้ไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว จะอ้างว่าทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะเป็นส่วนที่อยู่ห่างไปปลายๆน้ำ ไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะกฎหมายบังคับไว้ตามมาตรา ๑๔ ประกอบกับมาตรา ๑๗ และมาตรา ๒๗ แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๒๐/๒๕๔๗)

  • คุณสมพร ถามมาว่า เรื่องการจัดซื้อนมให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรณีที่ อบต.ค้างชำระค่านมจะฟ้องเรียกค่าซื้อนมที่ศาลไหน หลายท่านคงคิดว่าน่าเป็นคดีปกครอง ต้องยื่นฟ้องที่ศาลปกครอง เพราะการจัดซื้อนมให้เด็กนักเรียนก็เป็นบริการสาธารณะอย่างหนึ่ง สัญญาซื้อขายนมดังกล่าวจึงเป็นสัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทตามสัญญาจึงต้องฟ้องต่อศาลปกครอง เรื่องนี้ คณะกรรมการวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยว่า แม้การจัดซื้อนมตามสัญญาดังกล่าวโดย อบต.ผู้ซื้อซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ให้แก่เด็กนักเรียนอันเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของ อบต.ในการส่งเสริมการศึกษาและส่งเสริมการพัฒนาเด็ก ตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ แต่ไม่ปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์นมที่ซื้อจากผู้ขายนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จำเลยใช้ในบริการสาธารณะ คงเป็นเพียงเครื่องมือส่วนหนึ่งในการให้บริการสาธารณะของ อบต. สัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์นม จึงเป็นเพียงสัญญาจัดหาพัสดุธรรมดาที่สนับสนุนการจัดทำบริการสาธารณะเท่านั้น และสัญญาดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒๗/๒๕๔๙) สุดท้าย มีคำถามว่า การขุดลอกลำคลองของกรมชล ประทานนั้นที่จะถือว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ถือว่าใช้ได้กับทุกคลองในเมืองไทยหรือเปล่า คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ ๖๓/๒๕๔๗ วินิจฉัยว่าการที่จะถือว่าการขุดลำคลองเป็นการใช้อำนาจทางปกครองนั้น ต้องเป็นการขุดลอกลำคลองซึ่งกำหนดให้เป็น ทางน้ำชลประทานตามมาตรา ๔ และมาตรา ๕ ประกอบกับมาตรา ๑๙ แห่ง พ.ร.บ.การชลประทานหลวงฯ หากไม่เป็นคลองตามนัยดังกล่าว ก็เป็นเพียงการใช้อำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาตามปกติทั่วไปมิใช่เกิดจากการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ฉะนั้น หากเกิดความเสียหายขึ้นก็เป็นการกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม เป็นคดีแพ่ง

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message