• TH EN
    TH
เริ่มใช้พ.ร.บ.'ห้ามเรียกดบ.เกิน'ใหม่ คลังเตรียมลุยโครงการแก้หนี้นอกระบบก.พ.นี้
คลังเตรียมเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบเต็มสูบ หลังพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราบังคับใช้ 16 มกราคม ลุ้นเปิดโครงการเดือนกุมภาพันธ์นี้ออมสินรับลูกพร้อมปล่อยกู้ดึงเข้าระบบ
  • เริ่มใช้พ.ร.บ.
  • เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560 เผยแพร่พระราชบัญญัติ ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่า ด้วยการห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยจะมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2560 สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ทำให้บทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับการให้กู้ยืมเงินที่มีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา หรือการเรียกเอาประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ยยังเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

  • สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. เช่น มาตรา 4 บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง การให้กู้ยืมเงิน โดยมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1) เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่ กฎหมายกำหนดไว้ (2) กำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่นๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืม หรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่ กฎหมายกำหนด (3) กำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือสิ่งของ หรือโดยวิธีการใดๆ จนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากเกินส่วนอันสมควรตามเงื่อนไขแห่งการกู้ยืมเงิน
  • นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฉบับใหม่ในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ รัฐบาลก็จะเดินหน้าเปิดตัวโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบควบคู่กันไป คาดว่า จะประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งกฎหมายใหม่จะเอาผิดกับเจ้าหนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเกิน 15% อย่างเข้มงวด
  • ขณะที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้เจ้าหนี้มาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งสามารถคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% ล่าสุดมีผู้ประกอบการมายื่นขอจดทะเบียนแล้ว 15-16 ราย ซึ่งไม่คิดว่าเป็นจำนวนที่น้อย รวมทั้งในฝั่งของลูกหนี้ก็จะมีทางธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับผิดชอบในการให้สินเชื่อเพื่อเปลี่ยนจากหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ พร้อมกับมีการตั้งฝ่ายงานที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ
  • ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์นี้รัฐบาลจะเปิดตัวโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและเบ็ดเสร็จ ในส่วนของธนาคารออมสินนั้นได้เตรียมพร้อมไว้หลายโครงการ ทั้งการให้กู้เพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบวงเงิน 5 หมื่นบาทต่อราย โครงการบัตรพีเพิลการ์ด สำหรับผู้ที่ต้องการเงินฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อราย

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message