• TH EN
    TH
รู้ทางแก้ก่อนตกเป็น "แพะรับบาป" ติดคุกฟรี
  • รู้ทางแก้ก่อนตกเป็น "แพะรับบาป" ติดคุกฟรี
  • ข่าวที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการจับผู้กระทำความผิดทางอาญาผิดตัว ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นกับท่านได้ และถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับท่านแล้ว ท่านจะมีวิธีการแก้ไขสถานการณ์อย่างไร บางท่านอาจจะมีเพื่อน หรือคนรู้จักที่เป็นนักกฎหมายคอยแนะนำ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คงจะคลี่คลายได้ไม่ยาก แต่สำหรับคนที่ด้อยโอกาส หรือผู้ที่มีรายได้น้อย หรือคนไม่มีความรู้ คงจะมืดแปดด้าน ไร้หนทางแก้ไข และอาจจะเสียโอกาสในการต่อสู้คดี จนต้องจำนนต่อหลักฐานที่ไม่เป็นความจริง ในกรณีที่ท่านตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา โดยถูกกล่าวหา ผิดตัว ควรทำอย่างไร เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองและให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ตัวท่านและครอบครัว ก่อนอื่น อยากให้ท่านทราบก่อนว่า หน้าที่สำคัญของพนักงานสอบสวน ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 นอกจากจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ให้เห็น ความผิดของผู้ต้องหา แล้ว ในขณะเดียวกันจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ด้วย พนักงานสอบสวนจึงเปรียบเสมือนปราการด่านแรกในการดำเนินคดีอาญา โดยมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาไปพร้อมๆ กัน แต่ส่วนใหญ่พนักงานสอบสวนมักจะหาพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความผิดมากกว่า เนื่องจากทำความเห็นและสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการได้ง่ายกว่าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา และยังทำให้การทำงานของพนักงานสอบสวนมีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงอาจจะทำให้พนักงานอัยการเกิดข้อสงสัย จนต้องให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม ซึ่งเกิดความยุ่งยากในการทำงานของพนักงานสอบสวน ปัญหาที่ผู้ต้องหาในคดีอาญาเจอเป็นประจำ คือ ได้รับการแนะนำจากพนักงานสอบสวนบางท่านว่า ให้ปฏิเสธไปก่อน แล้วค่อยไปให้การในชั้นศาล ซึ่งวิธีการดังกล่าวใช้เวลาในการให้ปากคำไม่ถึง 15 นาทีเสร็จ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย พนักงานสอบสวนทำงานง่าย ส่วนผู้ต้องหาได้กลับบ้านเร็ว แต่ผลที่ติดตามกลับสร้างปัญหาให้กับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างมากมายมหาศาล โดยจะต้องเสียประวัติ เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ตลอดจนจะต้องหาหลักประกัน เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ท่านเท่านั้นที่จะต้องวุ่นวาย ครอบครัวและคนรอบข้างของท่านจะต้องวุ่นวายตามไปด้วย ในคดีอาญา หากผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยขอให้การในชั้นศาลนั้น ทำให้ในสำนวนคดีไม่มีพยานหลักฐานของฝ่ายผู้ต้องหาเลย คงมีพยานหลักฐานเฉพาะในส่วนของผู้กล่าวหาหรือผู้เสียหายแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจึงต้องมีความเห็นสั่งฟ้องเท่านั้น โดยพิจารณาจากหลักฐานในสำนวนรวมถึงความเชื่อมโยงกันของพยานและหลักฐานในสำนวนคดีเป็นหลัก พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจึงไม่สามารถมีความเห็นเป็นอย่างอื่นได้

  • ดังนั้น เมื่อท่านตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเป็นแพะรับบาป สิ่งแรกที่ท่านจะต้องทำ คือ รีบปรึกษานักกฎหมาย หรือทนายความ เพื่อขอคำแนะนำในการนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนคดี รวมไปถึงการตั้งข้อสังเกตหรือความผิดปกติในการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ซึ่งนักกฎหมายหรือทนายความจะมีความรู้ ความชำนาญในการนำเสนอข้อมูลหรือหลักฐาน เพื่อสนับสนุนคำปฏิเสธของผู้ต้องหา ตลอดจนมีความชำนาญในการนำเสนอข้อมูล เพื่อหักล้างพยานหลักฐานของผู้เสียหายด้วย ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การโต้แย้งพยานหลักฐานของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหาย หรือในกรณีที่พบสิ่งผิดปกติในการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนนั้น ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรโต้แย้งไว้ โดยยื่นต่อผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ เพื่อให้มีหลักฐานในการใช้อ้างอิงในชั้นศาล เนื่องจากท่านอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่สามารถแสวงหาพยานหลักฐานได้ทันเวลา หากมีปัญหาทางกฎหมาย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ หรือสำนักงานยุติธรรมประจำจังหวัด เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message