• TH EN
    TH
'พ.ร.ก.ประมง' กม.ปฏิรูปประมงไทย
การออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ถือเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการปฏิรูปการประมงของประเทศไทย ในการขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ซึ่งจะต้องนำมาบังคับใช้ให้ถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง และสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน
  • นายประเทศ ซอรักษ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมายกรมประมง กล่าวว่า สืบเนื่องจากการบังคับใช้ พ.ร.ก. การประมง พ.ศ.2558 เมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 ได้มีการจับกุมดำเนินคดี ผู้กระทำผิดในข้อหา พ.ร.ก. การประมง มีจำนวนมากประมาณ 2,000 กว่าคดี ซึ่งเริ่มจับกุมมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา ประเด็นหลักสำคัญก็คือ ความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง ซึ่งความผิดส่วนใหญ่เป็นความผิด ที่มีอัตราโทษปรับเป็นส่วนใหญ่ อัตราจำคุกมีค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นเมื่ออัตราโทษปรับตามหลักกฎหมาย ในเรื่องของอายุความตามประมงกฎหมายอาญา กำหนด อายุความที่จะต้องจับตัวและได้ผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีและส่งศาล กำหนด เวลาไว้แค่เพียง 1 ปี สำหรับคดีความผิดแค่โทษปรับสถานเดียว จึงส่งผลให้การดำเนินคดี ใน พ.ร.ก. การประมง ถึงแม้จะมีการจับกุมมีหลักฐานมาแล้ว ในขั้นตอนสุดท้าย ที่จะนำส่งผู้ต้องหาไปสู่ศาล ไม่ว่าจะเป็นชั้นพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ

  • เมื่อคดีใกล้ที่จะหมดอายุความ ก็จะมีการนำส่งผู้ต้องหาดำเนินคดีที่ศาล แต่ว่าหลังจากที่มีการนัดผู้ต้องหาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ มีหมายเรียกไปแล้ว ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่มาตามกำหนด ซึ่งทำให้ประเด็นปัญหาในเรื่องของ ระยะเวลา ที่ต้องนำส่งผู้ต้องหาต่อศาลมีผลกระทบ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้มาตามที่กำหนดไว้ จะทำให้ถ้าปล่อย ระยะเวลาถัดไป จะทำให้ระยะเวลาเกิน 1 ปี ทำให้ขาดอายุความในการส่งฟ้องดำเนินคดี
  • หลังจากนั้นเองก็มีการนำเสนอประเด็นนี้ ขึ้นต่อผู้บริหาร ท้ายสุดคำสั่ง คสช. ก็ออกมาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ในประเด็นของเรื่องว่า ถ้ามีผู้ต้องหาเกิดการหลบหนีระหว่างที่จะนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการหรือว่าจะหลบหนีไปในชั้นศาล ซึ่งอาจจะมีการประกันตัวมา ตามกฎหมายถือว่า ระยะเวลาที่ หลบหนีไปเข้ารวมกับระยะเวลาที่ได้ตัว ผู้ต้องหามาดำเนินคดี เพราะฉะนั้น ถ้ามีการหลบหนีไปพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการก็สามารถออกหมายจับที่จะเรียกตัวผู้ต้องหามาโดยไม่นับระยะเวลาเข้ามารวมใน 1 ปีด้วย
  • พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมประมงสามารถนำไปบังคับใช้กับชาวประมง และผู้ประกอบการประมง โดยต้องสร้างความเชื่อมั่นและความไว้ใจ ให้กับชาวประมงเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน และร่วมมือกันทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ กลับมาอุดมอย่างยั่งยืน

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message