• TH EN
    TH
ผู้ใดกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
  • ผู้ใดกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
  • ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ได้บัญญัติว่า ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของ ผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิด ต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำ พอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบ ด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด พอขยายความได้ว่า มีหลักเกณฑ์ที่จะเข้าองค์ประกอบในเรื่องป้องกัน ดังนี้

  • ๑.มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิด ต่อกฎหมายผู้ก่อภัยต้องมีอำนาจในการกระทำนั้น จึงจะอ้าง ป้องกันโดยชอบได้ หากผู้ก่อภัยไม่มีอำนาจในการกระทำได้ หากได้ลงมือทำไปอาจไม่ถือว่าเป็นการป้องกัน แต่ผู้ที่มีอำนาจใช้อำนาจจนเกินเหตุ ผู้ถูกกระทำก็สามารถอ้างการป้องกันได้ ส่วนการละเมิดต่อกฎหมายนั้น ไม่ว่าจะละเมิดต่อกฎหมายแพ่ง หรือกฎหมายอาญา ก็อ้างการป้องกันได้
  • ๒.เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงผู้ทำละเมิดต้องเป็นผู้ไม่มีอำนาจ และภัยนั้นได้เกิด หรือยังไม่เกิดแต่ใกล้จะเกิด แม้ภัยนั้นเกิดจากการประมาท หากใกล้จะเกิด หรือใกล้จะถึง ก็สามารถอ้างป้องกันสิทธิได้ แต่ถ้าเหตุที่จะป้องกันสิ้นสุดลง แล้วผู้กระทำได้กระทำลงไป อาจเป็นความผิดแต่เป็นบันดาลโทสะ หรือเป็นป้องกันเกินสมควรแก่เหตุได้ เช่น ฎีกาที่ ๕๒๖/๒๕๑๓ ผู้ตายมีอาวุธปืนติดตัวไปในไร่ของจำเลย พูดคุกคามจะตัดไม้ในไร่ทำนองข่มเหงจำเลยทั้งๆ ที่จำเลยห้ามแล้ว ผู้ตายไม่พอใจยกปืนจ้องไปทางจำเลย จำเลยเข้าแย่งปืนปืนลั่นถูกจำเลยบาดเจ็บและปืนหลุดจากมือผู้ตาย ผู้ตายวิ่งหนีเข้าป่าโดยไม่มีอาวุธติดตัว จำเลยไล่ติดตามไปใช้มีดทำร้ายผู้ตายในป่าถึงตาย ดังนี้ ไม่เป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมายเพราะภยันตรายที่จำเลยได้รับ ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก แต่ถือว่าจำเลยได้กระทำร้ายต่อผู้ข่มเหงอย่าง ร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกัน เป็นบันดาลโทสะ
  • ๓.ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง หรือผู้อื่นให้พ้นจากภยันตรายนั้น๔.การกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกิน ขอบเขตการที่จะอ้างป้องกัน ผู้อ้างต้องไม่มีส่วนร่วมในการ ทำความผิด การสมัครใจวิวาทกัน ผู้ก่อเหตุ มีส่วนร่วมในการ กระทำผิด หรือยินยอม หรือยั่วยุ จะอ้างเป็นการป้องกัน ไม่ได้ แต่ถ้าเหตุวิวาทนั้นสิ้นสุดลง ต่อมาได้มีการประทุษร้าย อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายเกิดขึ้นใหม่ ผู้ถูกละเมิดนั้น สามารถอ้างเหตุในการป้องกันได้ ผู้ที่ป้องกันสิทธิไม่จำเป็น ต้องหนี ผู้ที่กระทำละเมิด ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๖๙/๒๕๐๔ ผู้ตายบุกรุกเข้าไปจะทำร้ายจำเลยจนถึงบ้าน จำเลยจึงยิงเอา เพราะถ้าไม่ยิงผู้ตายก็จะฟันจำเลย เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ กรณีไหนจะเป็นการป้องกัน การป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุ และ บันดาลโทสะต้องดูพฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องไป ถ้าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายการ กระทำนั้นไม่เป็นความผิด แต่ถ้าเป็นการป้องกันเกินสมควร แก่เหตุ และบันดาลโทสะ ยังถือว่าผู้กระทำนั้นมีความผิดอยู่ แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กำหนดไว้เพียงใดก็ได้

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message