• TH EN
    TH
เกษตรฯยกระดับ‘นาแปลงใหญ่’ ดันพัฒนาสู่การผลิตข้าวอินทรีย์มาตรฐานสูงเพิ่มมูลค่า
  • เกษตรฯยกระดับ‘นาแปลงใหญ่’ ดันพัฒนาสู่การผลิตข้าวอินทรีย์มาตรฐานสูงเพิ่มมูลค่า
  • นางจุลมณี ไพฑูรย์เจริญลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กรมการข้าวเปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร โดยมีการจับคู่กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวอินทรีย์และข้าว GAP กับผู้ประกอบการค้าข้าวที่สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อซื้อขายผลผลิตข้าวจากโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ และข้าว GAP ของโครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ในราคารับซื้อที่สูงกว่าท้องตลาดตามเกณฑ์ราคาที่กำหนด นอกจากนี้ ชาวนาสามารถขายข้าวซึ่งอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ และข้าวที่ได้มาตรฐานอินทรีย์ได้ในราคาสอดคล้องกับคุณภาพซึ่งควรสูงกว่าข้าวทั่วไป รวมถึงชาวนาสามารถขายข้าว GAP ได้ในราคาสูงขึ้นตามคุณภาพ

  • กรมการข้าวเห็นว่า เป็นโอกาสดีที่กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ที่ผลิตข้าวมาตรฐาน GAP อยู่แล้ว หากมีความสนใจและมีความพร้อมก็สามารถที่จะพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตข้าวอินทรีย์ได้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตข้าว สำหรับเกษตรกรนาแปลงใหญ่ที่สนใจสามารถแบ่งออกมาเป็นกลุ่มย่อย จำนวน5 คนขึ้นไป พื้นที่ 100 ไร่ขึ้นไป สมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมข้าวอินทรีย์(1 ล้านไร่) จะได้รับการอบรมความรู้การผลิตข้าวอินทรีย์และการจัดทำระบบควบคุมภายใน (ICS) ซึ่งในปีที่ 1 จะอยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อม เรียกว่า T1 เกษตรกรปฏิบัติตามหลักการผลิตข้าวอินทรีย์ 5 ด้าน คือ พื้นที่ปลูกไม่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมี แหล่งน้ำการจัดการดินปุ๋ย การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยวการบันทึกและจัดเก็บข้อมูล หากผ่านการตรวจประเมิน จึงได้เข้าร่วมโครงการและได้รับเงินสนับสนุน จำนวน 2,000 บาทต่อไร่ แต่มีข้อกำหนดว่าต้องผ่านทั้ง 5 คนและพื้นที่ 100 ไร่เท่านั้น เมื่อเข้าสู่ปีที่2 เป็นระยะปรับเปลี่ยนหรือ T2 ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 9 ข้อ ถ้าผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุน 3,000 บาทต่อไร่(รายละไม่เกิน 15 ไร่) พอปีที่ 3 ก็เข้าสู่ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ หรือ T3ซึ่งภาครัฐได้เตรียมการเชื่อมโยงการตลาดไว้ให้แล้ว กลุ่มผู้ผลิตอินทรีย์ที่มีความตั้งใจจะผลิตข้าวอินทรีย์ถึงแม้อยู่ในระยะ T1 ก็สามารถจำหน่ายผลผลิตข้าวได้ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดเฉลี่ย 400-500 บาทต่อตัน และเมื่อถึงปีที่ 2หรือT2 และ T3 สัดส่วนราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด

  • กลุ่มนาแปลงใหญ่กลุ่มใดที่มีความพร้อม สภาพแวดล้อมพร้อม และมีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากทำข้าวระบบอินทรีย์ เพื่อจุดมุ่งหมายสำคัญคือต้องการยกระดับคุณภาพข้าว สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตนเอง อีกทั้งต้องการวางระบบการปลูกข้าวอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้อุดมสมบูรณ์ ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งขณะนี้มีการเชื่อมโยงจับคู่ผู้ประกอบการกับกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์แล้วจำนวน 62 ราย และยังมีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าหากเกษตรกรสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตไปสู่ข้าวอินทรีย์ได้นอกจากมีตลาดรองรับที่แน่นอนแล้ว ยังได้ราคาที่สูงกว่าข้าวทั่วไป เนื่องจากข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัยมาตรฐานอินทรีย์เป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจดี ประชาชนมีความต้องการซื้อสูง เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message