• TH EN
    TH
ชงครม.ขอ4.3พันล้านวันนี้ช่วยเกษตรกรพื้นที่น้ำท่วม
  • ชงครม.ขอ4.3พันล้านวันนี้ช่วยเกษตรกรพื้นที่น้ำท่วม
  • กรุงเทพธุรกิจกระทรวงเกษตรฯชงที่ประชุม ครม.วันนี้ ขออนุมัติงบ 4.3 พันล้าน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยา-บางระกำ เฉลี่ยครัวเรือนละ 3 พันบาท ชลประทานเผย ลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมสั่งสำนักชลประทาน 14 จังหวัดภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือ พายุดีเปรสชั่น 6-9 พ.ย.นี้ เตือน 3 อำเภอ จ.สุราษฎร์ฯ เสี่ยง ขณะที่หาดใหญ่-สงขลาระดับน้ำเพิ่มสูง จ่อท่วมฉับพลัน จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดส่งผล กระทบให้ประชาชน พร้อมพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากปรbมาณน้ำที่ท่วมสูง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (7 พ.ย.) กระทรวงจะเสนอขอใช้งบกลางจำนวน 4.3 พันล้านบาท เพื่อช่วยเฉพาะหน้าเยียวยา เกษตรกรในพื้นที่น้ำท่วม 1.6 แสนราย ครัวเรือนละ 3 พันบาท และงบฟื้นฟูอาชีพโดยใช้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ รวมทั้งแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว รายละ 15 ไร่ๆ ละ 5 กก. เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับเกษตรกรที่เสียสละให้ใช้พื้นที่เกษตรชะลอน้ำหลาก13 ทุ่ง มีทุ่งเจ้าพระยา 1.15 ล้านไร่ และทุ่งบางระกำ 2 แสนกว่าไร่

  • วันเดียวกันนายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมวีดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ไปยังสำนักงานชลประทาน ทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคใต้ ตอนล่าง ได้เคลื่อนลงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง และทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว ส่งผลให้ภาคใต้มีลมแรง และมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

  • โดยคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 6-8 พ.ย. จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะได้รับผลกระทบ และช่วงวันที่ 7-9 พ.ย.จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้กรมได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 14 -17 เตรียมความพร้อม ในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนในภาคใต้โดยบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแจ้งเตือนประชาชนและการให้ความ ช่วยเหลือพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ และตรวจสอบ ระบบชลประทานให้สามารถรองรับน้ำ ได้เต็มศักยภาพ

  • ปรับลดการระบายลุ่มเจ้าพระยา

    ขณะที่สถานการณ์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้น กรมชลประทานได้ปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลงในช่วงเช้าเป็น 2,196 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) และปรับลดการรับน้ำเข้าฝั่งตะวันตกและตะวันออก ของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 517 ลบ.ม./วินาที จากที่เคยรับน้ำเข้าสูงสุด 750 ลบ.ม./วินาที โดยระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยตรง ไม่ได้เก็บน้ำเข้าไปไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำแต่อย่างใด ซึ่งเป็นไปตามแผนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ

  • โดยเริ่มระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำซึ่งมีปริมาณน้ำทั้งหมด 500 ล้าน ลบ.ม. เป็นแห่งแรก วันละประมาณ 15 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมาเป็นเวลา 1 เดือน และคงเหลือน้ำไว้ในทุ่งทั้งหมด 100 ล้าน ลบ.ม. เพื่อใช้สำหรับเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง ต่อไป ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่าง 12 ทุ่ง จะเริ่มระบายน้ำในวันที่15 พ.ย.นี้ ตามแผน

  • เตือนภาคใต้รับมือพายุ6-9พ.ย.

    ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจ.นครศรีธรรมราชประมาณ 250 กิโลเมตร หรือละติจูด 8.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุด ใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจ.สุราษฎร์ธานีในวันนี้ และจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในระยะต่อไป

  • ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีลมแรง และมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตก หนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณภาคใต้ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้ในช่วงวันที่ 6-8 พ.ย. บริเวณจ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. บริเวณระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือ เดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

  • 3อำเภอสุราษฎร์ฯเฝ้าระวังใกล้ชิด

    ขณะที่สถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้นที่จ.สุราษฎร์ธานี นายประลอง ดำรงไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์สถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อม ส่งมอบเจ้าหน้าที่ 500 นายรับมือ สถานการณ์อุทกภัย โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ

  • โดยนายวิชวุทย์ กล่าวว่า ขณะนี้จ.สุราษฎร์ธานีสภาพอากาศยังเป็นปกติ แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเคลื่อนย้ายประชาชนและทรัพย์สินทันที หากมีฝนตกติดต่อกันนาน โดยมีพื้นที่เสี่ยง 3 แห่งคือที่ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ต.ปากหมาก อ.ไชยา และ ต.อิปัน อ.พระแสง

  • ส่วนการเดินเรือท่องเที่ยวให้ ผู้ประกอบการปฏิบัติตามคำสั่งกฏระเบียบ เจ้าท่าจ.สุราษฎร์ธานีอย่างเคร่งครัด และตอนนี้สภาพอากาศมีคลื่นลมแรง บางช่วง ยังบริการเดินเรือข้ามฟากไปเกาะสมุย เกาะพะงัน ตามปกติ

    ที่จ.สงขลาหลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 3 -5 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาแก้วและน้ำป่า จาก อ.สะเดา จ.สงขลาไหลลงสู่คลองอู่ตะเภา ตอนบน ทำให้ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาตอนบน มีระดับน้ำสูงขึ้นหลายฟุตซึ่งมวลน้ำจำนวนมากเหล่านี้จะไหลผ่านลงสู่คลองอู่ตะเภาที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หากฝนยังตกหนัก น้ำอาจล้นตลิ่งเข้าท่วมสวนยางพาราและบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ริมคลองอู่ตะเภา ตอนบน เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้

  • พิจิตร-บางระกำระดับน้ำลดลง

    ที่พิจิตร ยังน้ำท่วมขัง 8 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,510 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 47380 ไร่ และมีผู้เสียชีวิตสะสมจากน้ำท่วม 13 ราย โดยสถานการณ์ปัจจุบันถึงแม้บางพื้นที่น้ำท่วมจะลดลงแล้ว แต่ระดับน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม ยังคงมีระดับสูง

    ขณะที่พื้นที่ต่ำทุ่งบางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำในแม่น้ำยมและ น้ำที่ท่วมทุ่งกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 10 เซนติเมตร นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน เปิดเผยว่า ระดับน้ำท่วมขัง ในลุ่มน้ำยมกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

  • ทั้งนี้สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้บริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบทุกพื้นที่ใน ภาพรวม โดยยังคงควบคุมการระบายน้ำให้เหมาะสม เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำเก็บกัก 8,425 ล้านลบ.ม , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 939.51 ล้าน และยกระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวร ที่ระดับ 47.80 ม.รทก. และระบายน้ำจากแม่น้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ที่คลองผันน้ำ DR-2.8 ระบาย 150 ลบ.ม/วินาที และ DR-15.8 ระบาย 60 ลบ.ม/วินาที เพื่อช่วยลดระดับแม่น้ำยม และลดผลกระทบอุทกภัยในพื้นที่ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติประมาณต้นเดือนธ.ค.และจะเริ่มให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวฤดูนาปรังปี 2560/61 ได้ตั้งแต่ เดือนธ.ค.เป็นต้นไป--จบ--

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message