• TH EN
    TH
ธกส.ลุยเบิกจ่าย8หมื่นล้านช่วยชาวนา
  • ธกส.ลุยเบิกจ่าย8หมื่นล้านช่วยชาวนา
  • นายนุกูล ปาระชาติ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.เตรียมเงินกว่า 8 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร รวมถึงเงินช่วยค่าเก็บรักษาและปรับปรุงคุณภาพข้าวเปลือกเพื่อรอราคา โดยมาตรการ สินเชื่อเริ่มอนุมัติสินเชื่อให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรแล้ว คาดว่าเม็ดเงินกว่า 80% จะทยอย เบิกจ่ายได้ภายในปีนี้

  • ทั้งนี้แยกเป็นโครงการสินเชื่อชะลอการขาย ข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2560/61 เพื่อเก็บรักษาข้าวเปลือกไว้ที่ยุ้งฉางของตนเอง กำหนดวงเงินสินเชื่อต่อตันข้าวเปลือกที่ความชื้นไม่เกิน 15% สิ่งเจือปน ไม่เกิน 2% ในอัตรา 90% ของราคาตลาด ตามชนิดข้าวเปลือก แยกเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาตันละ 10,800 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,200 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ตันละ 8,500 บาท

  • โดยกำหนดวงเงินกู้สำหรับเกษตรกรสูงสุด รายละไม่เกิน 3 แสนบาท สหกรณ์การเกษตรไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกร ไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ยจากผู้กู้ เนื่องจากรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยแทน ผู้กู้ทั้งหมดคิดเป็นเงินราว 456 ล้านบาท กำหนดชำระคืนเสร็จสิ้นไม่เกิน 5 เดือน นับถัดจากเดือนรับเงินกู้

  • นอกจากนี้ รัฐบาลได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือเป็นค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกก่อนนำขึ้นยุ้งฉางอีกตันละ 1,500 บาท จ่ายพร้อมการจ่ายสินเชื่ออัตราตันละ 1,000 บาท และจ่ายให้อีกตันละ 500 บาท เมื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรนำเงินมาชำระหนี้ คิดเป็นวงเงินราว 3,000 ล้านบาท

  • นายนุกูลกล่าวว่า ธ.ก.ส.ยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2560/61 ในการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรสมาชิก และรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อนำไปจำหน่ายหรือแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม รวม 2.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 1.25 หมื่นล้านบาทด้วย

  • ขณะที่ผลดำเนินงานในปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรเข้าโครงการ 2.6 แสนราย คิดเป็นข้าว 1.58 ล้านตัน ล่าสุดเกษตรกรมาไถ่ถอนเกือบครบหมดแล้ว ส่วนในปีนี้คาดว่า จะมีเกษตรกรเข้าโครงการไม่น้อยกว่า 2 แสนราย แม้ราคาข้าวคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นแล้ว เนื่องจากมีการลดพื้นที่การปลูกข้าว และผลกระทบจากอุทกภัย

  • ส่วนผลดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปีฤดูการผลิต 2560/61 มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว 505 ล้านบาท เป็นจำนวน 4.54 หมื่นราย คิดเป็น 4.08 แสนไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีภาคอีสานและภาคเหนือ ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรง โดย ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งทยอยจ่ายให้ผู้เข้าร่วมโครงการ และยอมรับว่าเป็นห่วงภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในขณะนี้อย่างหนัก ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งเข้าช่วยเหลือจ่ายค่าสินไหมตามสิทธิต่อไป--จบ--

    ยืนยันคำสั่ง?
    คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
    Message