• TH EN
    TH
ผู้ค้าแห่เก็บข้าวเข้าสต๊อก ดันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเพิ่ม
  • ผู้ค้าแห่เก็บข้าวเข้าสต๊อก ดันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเพิ่ม
  • นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงการคาดการณ์ สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนมิถุนายน 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ซึ่งสินค้าเกษตรที่จะมีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.22-0.50% อยู่ที่ราคา 15,735-15,780 บาท/ตัน ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.24-1.69% อยู่ที่ราคา 11,250-11,300 บาท/ตัน เนื่องจากความกังวลจากภาวะภัยแล้งที่คาดว่าจะทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ผู้ประกอบการค้าข้าวจึงต้องการเก็บข้าวไว้ในสต๊อกเพิ่มขึ้น

  • น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2.50-5.00% อยู่ที่ราคา 11.84-12.13 เซนต์/ปอนด์ (8.32-8.52 บาท/กก.) โดยคาดการณ์ ว่าในเดือนมิถุนายนจะมีฝนตกชุกในพื้นที่เพาะปลูกอ้อยของบราซิลซึ่งอาจส่งผลให้ชะลอการเก็บเกี่ยวอ้อยออกไป ประกอบกับคาดการณ์ว่าผลผลิตน้ำตาลโลกในปี 2562 ถึง 2563 จะลดลง 1.9% คงเหลือ 182.2 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจากผลผลิตน้ำตาลของประเทศไทยและประเทศอินเดียที่คาดว่าจะลดลง ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตอ้อยของโลกลดลงเช่นกัน และสุกร ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.50-2.82% อยู่ที่ราคา 71.00-73.00 บาท/กก. เนื่องจากความต้องการบริโภคเนื้อสุกรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งจากในและต่างประเทศ ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้สุกรเจริญเติบโตช้า ทำให้ปริมาณสุกรออกสู่ตลาดลดลง

  • ด้านสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% คาดว่า ราคาจะลดลงจาก เดือนก่อน 0.47-1.24% อยู่ที่ราคา 7,753- 7,813 บาท/ตัน เนื่องจากค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะสงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ยางพาราแผ่นดิบ ราคาจะลดลงจากเดือนก่อน 1.21-3.78% อยู่ที่ราคา 45.27-46.48 บาท/กก. เนื่องจากตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม เกษตรกรจะเริ่มทำการกรีดยาง ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตยางพาราจะทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความกังวลในสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาจะ ลดลงจากเดือนก่อน 0.15-1.00% อยู่ที่ราคา 7.21-7.28 บาท/กก. เนื่องจากมีปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สะสม ค่อนข้างมากตั้งแต่กลางเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ขณะที่ภาคเอกชนมีการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ เพิ่มขึ้น

  • ปาล์มน้ำมัน ราคาจะลดลงจากเดือนก่อน 2.85-11.11% อยู่ที่ราคา 1.75-1.60 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันยังคงออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องขณะที่สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศมีปริมาณสูงเกินกว่าความต้องการใช้ในประเทศ ประกอบกับไทยยังไม่สามารถระบายสต๊อกผ่านช่องทางการส่งออกได้

  • มันสำปะหลัง ราคาจะลดลงเล็กน้อยจากเดือน ก่อน 1.59-9.57% อยู่ที่ 1.85-1.70 บาท/กก. เนื่องจาก สถานการณ์ภัยแล้งต่อเนื่องในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญทำให้เกษตรกรยังคงต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อลดภาวะการขาดทุน ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดไม่ได้คุณภาพ ประกอบกับจีนลดปริมาณการนำเข้ามันเส้น

  • กุ้งขาวแวนนาไม ราคาจะลดลงจากเดือนก่อน 0.36-0.72% อยู่ที่ราคา 137.00-138.00 บาท/กก. เนื่องจากกำลังซื้อทั่วโลกที่ลดลง และผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้การส่งออกกุ้งของไทยลดลง ประกอบกับในช่วงเดือนมิถุนายน คาดว่า จะมีผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมจากอินเดียและเวียดนามออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ปริมาณผลผลิตในตลาดโลกเพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาทั่วโลกและไทยมีแนวโน้มลดลง

  • ที่มา: www.naewna.com

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message