• TH EN
    TH
'บ้านไร่ใหญ่'แปรรูปมะม่วงหิมพานต์ ด้วยสูตรโบราณ กลิ่นหอม รสชาติอร่อย
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือ ม่วงเล็ดล่อ หัวครก กาหยู กาหยี เม็ดท้ายย่าโหย เป็นภาษาเรียกของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ยังมากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างสูง ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายหาวิธีการผลิตแบบใหม่ เพื่อเป็นจุดขาย อย่างรายของสุกัญญา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คั่วโบราณ บ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์คงกรรมวิธีการแปรรูปแบบโบราณ รสชาติอร่อย และที่มีกลิ่นหอมอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่ง

  • นางสาวสุกัญญา กุลหลัก เป็นหนึ่งในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ได้หันมาทำธุรกิจเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วแบบโบราณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยการรับซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ มาคั่วตามแบบฉบับโบราณ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบต่อกันมา ปรากฏว่าได้ผลตอบรับดี จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลัก และได้เลือกการแปรรูปด้วยการคั่วแบบโบราณมากว่า 10 ปี จนกลายเป็นเอกลักษณ์ และได้รับเครื่องหมาย อย. เครื่องหมายฮาลาล การันตีคุณภาพ ทำให้มีช่องทางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น

  • นางสาวสุกัญญา กล่าวว่า กรรมวิธีการคั่วแบบโบราณ ผลผลิตที่ได้จะคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน อีกทั้งยางที่อยู่ในเม็ดแก่ที่ผ่านการตากแดดจนแห้ง เวลาโดนความร้อนจะปะทุออกมาติดไฟ เกิดการอบภายในจนสุกทั่วทั้งเม็ด ช่วยให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีความกรอบ มัน และมีกลิ่นหอมอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่ง เป็นจุดสำคัญทำให้สินค้าติดตลาด ปัจจุบันเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วโบราณภายใต้แบรนด์ สุกัญญา เม็ดมะม่วงคั่วโบราณ ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าโอทอป 4-5 ดาว

  • สำหรับขบวนการผลิตเริ่มแรกนำเม็ดมะม่วงฯ ดิบตากแห้งเทลงในกระบะคั่ว ตั้งบนเตาที่ติดไฟไว้ คนให้ทั่วประมาณ 3 นาที ยางในเม็ดเริ่มออกและติดไฟ ให้คนต่อไปอีก 3-5 นาที สังเกตเมื่อเผาไหม้จนเม็ดเป็นสีดำทั่วทั้งกระบะ ให้รีบเอาน้ำดับไฟ แล้วเทลงบนพื้น นำขี้เลื่อยที่เตรียมไว้คลุกเคล้าให้ทั่ว เพื่อไม่ให้ยางติดมือ แล้วค่อยนำไปกะเทาะเปลือกออก โดยไม่ต้องรอให้เม็ดเย็น จากนั้น นำเม็ดมะม่วงฯ ที่ได้ไปเข้าเครื่องอบอีก 30 นาที ที่ความร้อน 200 องศาเซลเซียส เพื่อกันความชื้นและป้องกันเชื้อรา พักให้เย็นลงเล็กน้อย แล้วนำไปคัดเกรด เพื่อจะบรรจุลงถุง

  • การกะเทาะเปลือก หลังจากที่คั่วเสร็จ ใช้แรงงานคนทั้งหมด มีค่าจ้างให้กิโลกรัมละ ประมาณ 30 บาท บางคนมีรายได้ 300-500 บาท/วัน ยอดการผลิตขณะนี้อยู่ประมาณ 80-100 กิโลกรัมต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนสั่งซื้อ สำหรับราคาขายส่ง แบบบรรจุเป็นถุง น้ำหนัก 200 กรัม ราคา 100 บาท หรือซื้อเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท ส่วนปัญหาที่พบในปัจจุบัน ต้นทุนวัตถุดิบสูงมากขึ้น เพราะเม็ดมะม่วงฯ นับวันปริมาณจะลดน้อยลง ทำให้เม็ดมะม่วงฯ ดิบที่สั่งมา ราคา 60-70 บาทต่อกิโลกรัม ราคาดังกล่าวหลังนำมาแปรรูป และคัดเกรด หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วเหลือกำไรไม่มากนัก สนใจเรียนรู้สอบถามได้ ที่หมายเลข 08-6279-1761, 09-0157-4169 นางสาวสุกัญญา กล่าว.

  • วิชัย มังคะลา

    --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 30 พ.ค. 2562 (กรอบบ่าย)--

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message