• TH EN
    TH
'กุ้งก้ามกรามแปลงเพศ' สิทธิบัตร มหิดลเทคโนฯ ชีวโมเลกุล ปลอดโรค โตไว
  • มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) เปิดตัว แม่กุ้งก้ามกรามแปลงเพศต้นแบบ(MU 1) ขยายปริมาณสู่ตลาดผู้บริโภคเป็นผลสำเร็จ โดย ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธาน
  • ศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน ผอ.สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ม.มหิดล (iNT) กล่าวว่า iNT ได้เข้ามาดูแลการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและสนับสนุนการนำผลงานกุ้งก้ามกรามแปลงเพศ MU 1 ไปใช้ประโยชน์ โดยสถาบัน
    ชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และ iNT ได้สร้างความร่วมมือกับบรรจงฟาร์ม ซึ่งสนับสนุนทุนเพื่อนำผลผลิตไปทดสอบและจำหน่ายกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามต่อไป ในอนาคตจะขยายผลและพัฒนาเพิ่มเติม โดยมุ่งผลเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร และให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค
    ดร.สุพัตรา ตรีรัตน์ตระกูลสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ม.มหิดล ผู้คิดค้นและพัฒนาแม่กุ้งก้ามกรามแปลงเพศต้นแบบ MU 1 กล่าวว่า กุ้งก้ามกรามหรือชื่ออื่นว่า กุ้งแม่น้ำปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายในจังหวัดต่างๆ แถบภาคกลาง เช่นสุพรรณบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทราราชบุรี
    จากสถิติกรมประมง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ.2561 ไทยส่งออกกุ้งก้ามกรามไปตลาดต่างประเทศ 2,873.6 ตัน คิดเป็นมูลค่า 344 ล้านบาท โดยตลาดหลักที่มีมูลค่าส่งออกมากที่สุดของไทย คือ เมียนมา รองลงมา คือ เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ มีแนวโน้มส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 87.4 ที่ส่งไปจีนเป็นกุ้งสำหรับทำพันธุ์
    การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นจากการผลิตลูกกุ้งก้ามกรามในโรงเพาะฟัก จากนั้นนำลูกกุ้งมาอนุบาลจนมีขนาด250-300ตัว/กก. แล้วปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินจนโตแล้วจับขาย ใช้เวลาเลี้ยง6-7 เดือนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงร่วมกับกุ้งขาวเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายจากโรคระบาดในกุ้งขาว
    แม้เกษตรกรส่วนใหญ่จะวางแผนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเพื่อให้จับขายได้ในช่วงเทศกาล แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอ จึงพยายามปรับปรุงสายพันธุ์ และรูปแบบการเลี้ยงใหม่ โดยเป็นการเลี้ยงแบบเพศผู้ล้วนเพื่อให้ได้ลักษณะตามที่ต้องการ เช่น โตเร็ว เนื้อและรสชาติดี ทนโรค และระยะเวลาเลี้ยงสั้นลง
    ดร.สุพัตรา กล่าวว่า ได้ริเริ่มคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ด้านชีวโมเลกุลโดยนำกุ้งก้ามกรามเพศผู้ที่ปลอดโรค สุขภาพดี โตเร็ว มากระตุ้นให้เกิดการแปลงเพศเป็นเพศเมียด้วยสารประกอบชีวโมเลกุล จนได้กุ้งก้ามกรามเพศผู้ที่มีเพศสภาพภายนอกเป็นเพศเมีย เมื่อนำไปผสมกับพ่อพันธุ์กุ้งก้ามกราม ก็จะให้ลูกกุ้งก้ามกรามเพศผู้ โดย iNT เข้ามาดูแลการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวสารและกรรมวิธีผลิตแม่กุ้งก้ามกรามแปลงเพศเพื่อให้แม่กุ้งก้ามกรามสามารถผลิตได้เฉพาะลูกกุ้งก้ามกรามที่เป็นตัวผู้ได้ โดยได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วทั้ง2เรื่อง
    นอกจากนี้ บรรจงฟาร์มยังร่วมมือทางวิชาการเพื่อต่อยอดงานวิจัย ตั้งแต่ปี 2561 ไปยังฟาร์มอนุบาลลูกกุ้งก้ามกราม และเกษตรกรตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ
    บรรจง นิสภวาณิชย์ เจ้าของบรรจงฟาร์ม จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า หลังจากได้แม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามต้นแบบ MU 1 จากม.มหิดล ได้ผลิตและส่งให้ลูกค้า โดยกระจายไป 2 โรงเพาะฟัก ได้แก่ ฟาร์มลูกกุ้งเศรษฐี และปะการังฟาร์ม เพื่ออนุบาลให้เป็นกุ้งคว่ำ จากนั้นทั้ง 2 ฟาร์มจะกระจายกุ้งคว่ำไปสู่เกษตรกรเพื่อเอาไปเลี้ยงในบ่อดินให้เป็นกุ้งเนื้อต่อไป
    ซึ่งภาคีเราที่มีอยู่กระจายทั่วประเทศได้ตอบรับแม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามต้นแบบMU 1 อย่างดี โดยทำให้เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่บรรจงฟาร์มสนับสนุนงานวิจัยผลิตลูกกุ้งก้ามกราม MU 1 เพื่อผลักดันสู่ภาคธุรกิจถือเป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศด้วย
    ด้าน สมประสงค์ เนตรทิพย์ เจ้าของฟาร์ม ลูกกุ้งเศรษฐี จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่าลูกกุ้งก้ามกราม MU 1 มีระยะการเจริญเติบโตที่สั้น และเข้าสู่ระยะคว่ำเร็วมาก ที่ฟาร์มใช้เวลาเลี้ยงเพียง14วัน พบลูกกุ้งเริ่มตัวคว่ำวันที่15คว่ำร้อยละ80วันที่ 16 คว่ำเกือบหมด วันที่17คว่ำ100% หลังจากเช็กสุขภาพตัวลูกกุ้ง รอดูอาการหลังขาวจนครบ21วันถึงจำหน่ายให้เกษตรกร โดยตั้งแต่ใช้สายพันธุ์MU1มา ยังไม่เคยเจอชุดไหนที่ไม่คว่ำ หรือมีอาการโรคหลังขาวเลย
    นอกจากนี้ ยังโตกว่าสายพันธุ์ปกติร้อยละ30โดยในบ่อชำมีตัวเลขที่ชัดเจนว่า ในอัตราการชำที่1แสนตัวต่อไร่เท่ากัน ในขณะที่สายพันธุ์ปกติใช้เวลาถึง60 วัน แต่MU 1ใช้เวลาเพียง55วันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว
    ในส่วนปะการังฟาร์ม จ.ฉะเชิงเทราณัฐพล ขวัญจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายผลิต กล่าวว่า ลูกกุ้งก้ามกราม MU 1 เป็นสายพันธุ์ที่มีจุดเด่น คือ ปลอดโรค โตเร็ว มีสัดส่วนเปอร์เซ็นต์เพศผู้ค่อนข้างสูง จากการสอบถามเกษตรกรพบว่าได้ตัวผู้ถึงร้อยละ 80-90 โดยลูกค้าที่ร่วมใช้ลูกกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ MU 1 พร้อมกับเราตั้งแต่เริ่มโครงการจนปัจจุบันก็ยังมีการสั่งอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งขยายผลไปยังกลุ่มผู้เลี้ยงรอบข้างอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
    ม.มหิดล เป็นสถาบันวิชาการที่มีนโยบายมุ่งเน้นในเรื่องของสุขภาวะมาโดยตลอด ซึ่งจากการใช้ชีววิธีในการผลิตกุ้งก้ามกรามMU1สามารถการันตีถึงผลผลิตที่ได้ว่า ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างแน่นอน ดร.สุพัตรา กล่าวทิ้งท้าย

    ที่มา: นสพ.สยามรัฐ ฉบับวันที่ 29 พ.ย. 2562
ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message
Error 1054: Unknown column \'innovation_grp_idx\' in \'field list\'